การแข่งขัน All Japan Motocross Championship ฤดูกาล 2026 ปิดฉากลงพร้อมอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของนักบิดทางฝุ่นไทย เมื่อ “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ จาก Honda Racing Thailand และ Honda HRC Asia Team จบการแข่งขันในคลาส IA-1 ด้วยคะแนนสะสม 337 คะแนน คว้าอันดับ 12 จากนักแข่งที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งแบบเต็มฤดูกาลและเฉพาะบางสนามรวมกว่า 40 คน โดยใช้ Honda CRF450R หมายเลข 23 ตลอดการเดินทางในญี่ปุ่น
337 คะแนน อันดับ 12 กับฤดูกาลเต็มครั้งสำคัญในญี่ปุ่น
ตัวเลข 337 คะแนนและอันดับ 12 เป็นผลลัพธ์ปลายทางของฤดูกาล 2026 แต่ความสำคัญของปีนี้อยู่ที่การได้ลงแข่งขันแบบเต็มฤดูกาล หลังจากในปี 2025 จิรัฎฐ์เคยสร้างผลงานเด่นด้วยการคว้าโพเดียมรองแชมป์ All Japan Motocross Championship คลาส IA-1 รายการ Twenty One Group Cup Yasuo Tofukuji Memorial สนามที่ 6 ฮีท 3 ก่อนจะได้รับโอกาสขยับสู่โปรแกรมเต็มฤดูกาลในปีถัดมา
ทำไมการไปแข่งญี่ปุ่นทั้งฤดูกาลจึงสำคัญกว่าผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว
การส่งนักบิดไทยไปอยู่ในสภาพแวดล้อมการแข่งขันของญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้เรียนรู้สิ่งที่การแข่งขันหนึ่งหรือสองสนามให้ไม่ได้ ทั้งมาตรฐานการเตรียมทีม วินัยการทำงาน การสื่อสารกับช่างและวิศวกร การวางแผนการแข่งขัน ตลอดจนการแก้ปัญหาเมื่อสภาพสนามและสภาพอากาศเปลี่ยนไปจากแผนเดิม
ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ตและระบบการแข่งขันโมโตครอสที่แข็งแรง All Japan Motocross Championship จึงเป็นสนามเรียนรู้ที่เข้มข้นสำหรับนักแข่งต่างชาติ ไม่เพียงต้องแข่งขันกับนักบิดญี่ปุ่นจำนวนมาก แต่ยังต้องรับมือกับนักแข่งจากภูมิภาคแปซิฟิก รวมถึงสนามที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างจากประเทศไทยอย่างชัดเจน
นีโม่: ฝน ร่องโคลน และสนามที่แตกต่าง กลายเป็นประสบการณ์ที่มีค่า
การแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างมีความท้าทายมากครับ เกือบทั้งฤดูกาลผมต้องเจอกับสภาพอากาศที่มีฝนตกจนทำให้พื้นสนามเป็นร่องโคลนลึก อีกทั้งแต่ละสนามก็มีคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างเฉพาะตัว ถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากครับ ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมากจากการมาแข่งขันที่นี่
จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์
บทเรียนไม่ได้อยู่แค่ตอนขี่รถ แต่รวมถึงการทำงานหลังพิท
หนึ่งในส่วนที่สำคัญของโปรแกรมเต็มฤดูกาลคือการเรียนรู้เบื้องหลังการแข่งขัน ตั้งแต่การเตรียม Honda CRF450R ให้เหมาะกับสภาพสนาม การวางแผนก่อนเรซ การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทีม ไปจนถึงการตัดสินใจแก้ไขปัญหาเมื่อสถานการณ์จริงไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ประสบการณ์ลักษณะนี้มีคุณค่าเพราะเป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการลงมือทำซ้ำตลอดทั้งฤดูกาล
จากประสบการณ์ของนักแข่งหนึ่งคน สู่โอกาสยกระดับโมโตครอสไทย
เป้าหมายของการผลักดันจิรัฎฐ์ไปแข่งขันในญี่ปุ่นจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การสร้างผลงานส่วนบุคคล หากองค์ความรู้ วิธีทำงาน และมาตรฐานที่ได้เรียนรู้สามารถถูกนำกลับมาถ่ายทอดให้ทีม ช่าง นักแข่งรุ่นใหม่ และระบบพัฒนานักกีฬาของไทยได้ ประสบการณ์หนึ่งฤดูกาลในต่างประเทศจะมีผลต่อวงการในระยะยาวมากกว่าตัวเลขอันดับบนตารางคะแนน
จากโพเดียมปี 2025 สู่การสร้างเส้นทางระยะยาว
เส้นทางของนีโม่สะท้อนรูปแบบการพัฒนาที่ต่อเนื่อง จากการสร้างผลงานเฉพาะสนามในปี 2025 ไปสู่การลงแข่งขันเต็มฤดูกาลปี 2026 ขั้นต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการไล่อันดับให้สูงขึ้น แต่คือการนำประสบการณ์ที่สะสมมาเปลี่ยนเป็นความสม่ำเสมอ ความเร็ว และองค์ความรู้ที่สามารถใช้ได้ทั้งกับตัวนักแข่งและระบบทีมไทย
ก้าวสำคัญที่วัดได้มากกว่าคะแนน
อันดับ 12 และ 337 คะแนนคือผลงานที่บันทึกไว้ในฤดูกาล 2026 แต่คุณค่าที่อาจสำคัญกว่าในระยะยาวคือการที่นักบิดไทยได้ใช้เวลาหนึ่งฤดูกาลเต็มในระบบการแข่งขันระดับสูงของญี่ปุ่น การเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากสนามที่แตกต่าง การทำงานกับ Honda HRC Asia Team และการนำองค์ความรู้กลับมาต่อยอด จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรากฐานให้นักบิดทางฝุ่นไทยมีเส้นทางสู่เวทีนานาชาติที่ชัดเจนขึ้น
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า พร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH












